Beyond Wealth | 22 เมษายน 2569
ถ้ามองแค่ผลตอบแทนของสินทรัพย์ตราสารหนี้ตั้งแต่ต้นปี หลายคนอาจยังรู้สึกว่าไม่ได้โดดเด่นมากนัก แต่ถ้ามองอีกมุมหนึ่ง ภาพแบบนี้อาจกำลังเป็นจังหวะที่น่าสนใจ เพราะในเวลาที่ตลาดยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ทั้งเรื่องสงคราม ราคาน้ำมัน เงินเฟ้อ และทิศทางดอกเบี้ย สินทรัพย์ที่ช่วยสร้างรายได้สม่ำเสมอและลดความแกว่งของพอร์ตอย่างตราสารหนี้ กลับเริ่มมีบทบาทมากขึ้นอีกครั้ง!
อย่างไรก็ตาม ถ้าจะเลือกลงทุนในธีมนี้ เรามองว่าตราสารหนี้โลกยังดูน่าสนใจกว่าตราสารหนี้ไทยในจังหวะปัจจุบัน เพราะฝั่งไทยดอกเบี้ยนโยบายอยู่ในระดับต่ำแล้ว ทำให้พื้นที่ในการลดดอกเบี้ยต่อมีไม่มาก นอกจากนี้ ไทยยังมีความเสี่ยงจากเงินเฟ้อด้านพลังงานและแรงกดดันเรื่องฐานะการคลังที่อาจจำกัดความยืดหยุ่นของนโยบายในระยะถัดไป จึงทำให้ upside ของตราสารหนี้ไทยอาจไม่ได้เปิดกว้างมากนักเมื่อเทียบกับความเสี่ยงที่ยังค้างอยู่ ในทางกลับกัน ตราสารหนี้โลก โดยเฉพาะฝั่งที่ยังมีระดับผลตอบแทนอยู่ในโซนที่น่าสนใจ กลับดูมีความน่าดึงดูดมากกว่า
เพราะการลงทุนรอบนี้ไม่ได้จำเป็นต้องรอให้เฟดหรือธนาคารกลางต่างประเทศลดดอกเบี้ยแรงๆ ก่อนถึงจะเริ่มเห็นผลตอบแทน แค่ระดับ yield ที่ยังสูงถึง 4.2-4.4% ช่วยให้กองทุนมีรายได้จากดอกเบี้ยเข้ามาพยุงผลตอบแทนได้แล้ว
อีกเรื่องที่ช่วยหนุนมุมมองนี้คือ ตลาดไม่เชื่อว่าเงินเฟ้อฝั่งสหรัฐฯ จะกลับไปเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง แม้จะมีแรงกดดันจากสงครามและราคาพลังงานอยู่บ้าง นั่นทำให้ตลาดยังไม่ปิดโอกาสต่อการผ่อนคลายนโยบายการเงินในระยะข้างหน้า และทำให้ตราสารหนี้โลกยังน่าสนใจได้ แม้ดอกเบี้ยจะไม่ได้ลงเร็วทันที
ยิ่งถ้ามองเป็นฉากทัศน์ ก็จะเห็นว่าตราสารหนี้โลกยังมีบทบาทได้ค่อนข้างดีไม่ว่าสถานการณ์จะออกหน้าไหน
ถ้าความขัดแย้งเริ่มคลี่คลาย ตลาดก็มีโอกาสกลับมาให้น้ำหนักกับเศรษฐกิจชะลอและดอกเบี้ยขาลง ซึ่งเป็นบวกต่อราคาตราสารหนี้
ถ้าความขัดแย้งยืดเยื้อจนเริ่มกระทบเศรษฐกิจจริง ธนาคารกลางหลักๆ ก็มีโอกาสต้องกลับมาผ่อนคลายนโยบายมากขึ้นอยู่ดี ดังนั้นตราสารหนี้โลกจึงเป็นสินทรัพย์ที่ไม่จำเป็นต้องรอ perfect scenario ถึงจะลงทุนได้
อีกจุดที่ต่างจากปี 2022 ชัดเจนคือ วันนี้เศรษฐกิจโลกไม่ได้มีแรงส่งเหมือนช่วงหลังโควิดแล้ว
ตอนนั้นทั้งเงินออมส่วนเกิน มาตรการกระตุ้น และตลาดแรงงานที่แข็งแรง ช่วยให้เศรษฐกิจทนดอกเบี้ยสูงได้นาน แต่ตอนนี้ภาพเปลี่ยนไปมาก ทั้งผู้บริโภคที่เริ่มระวังการใช้จ่าย ภาครัฐที่มีพื้นที่ทางการคลังน้อยลง และภาคแรงงานที่ค่อยๆ เย็นลง ทำให้ถ้าเศรษฐกิจเริ่มอ่อนแรงเมื่อไร ตลาดก็มักกลับมาให้น้ำหนักกับธีมดอกเบี้ยขาลงเร็วขึ้น ซึ่งเป็นฉากหลังที่มักเอื้อต่อตราสารหนี้
ถ้าดูจากประวัติที่ผ่านมา ช่วงที่ bond yield ขึ้นไปสูงมากแล้วเริ่มนิ่ง มักเป็นช่วงที่ตราสารหนี้เริ่มกลับมาทำงานได้ดีขึ้นในระยะต่อมา เพราะนักลงทุนได้ทั้งดอกเบี้ยรับระหว่างทาง และมีโอกาสได้ capital gain เพิ่ม หาก yield ค่อยๆ ปรับลงภายหลัง ดังนั้นแม้ผลตอบแทน YTD วันนี้จะยังดูไม่แรงมาก แต่ก็อาจไม่ใช่ภาพเต็มของโอกาสในระยะถัดไป
มุมมอง Beyond Wealth
เรามองว่าในจังหวะที่ตลาดยังแกว่งและความไม่แน่นอนยังสูง ตราสารหนี้โลกดูมีความน่าสนใจกว่าตราสารหนี้ไทย เพราะฝั่งไทยดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำแล้ว พื้นที่ลดต่อมีจำกัด และยังมีความเสี่ยงแทรกจากฝั่งการคลังกับพลังงานอยู่พอสมควร
ขณะที่ตราสารหนี้โลกยังมีจุดแข็งตรงระดับ yield ที่สูงพอให้ดอกเบี้ยรับระหว่างทางช่วยพยุงผลตอบแทนได้ แม้ดอกเบี้ยจะลงช้ากว่าคาดก็ตาม และถ้าเศรษฐกิจโลกเริ่มชะลอชัดขึ้นเมื่อไร upside จากฝั่งราคาก็ยังมีโอกาสเปิดตามมาได้อีก
กองทุนที่แนะนำ: UGIS-N* จุดที่น่าสนใจคือกองทุนหลักไม่ได้กระจุกตัวอยู่ในสินทรัพย์ประเภทเดียว แต่กระจายอยู่หลายส่วนของตลาดตราสารหนี้โลก
- Agency MBS สัดส่วนใหญ่ 36%
- Government Related 14%
- เงินสดและสินทรัพย์สภาพคล่อง 12%
- IG Credit 12%
รวมถึงยังมี exposure ไปยัง Emerging Markets, High Yield, ABS และ CMBS ด้วย ทำให้พอร์ตมีทั้งส่วนที่ช่วยเรื่องคุณภาพ ความยืดหยุ่น และโอกาสสร้างรายได้จากหลายแหล่งพร้อมกัน
กองทุนหลักยังอยู่ในอันดับ quartile 1 ของกลุ่ม Morningstar peer group ทั้งในช่วง 1 ปี, 3 ปี, 5 ปี และตั้งแต่จัดตั้งกองทุน สะท้อนว่าพอร์ตไม่ได้มีแค่เรื่องกระจายความเสี่ยง แต่ยังมีประวัติการทำผลตอบแทนเทียบกลุ่มที่ค่อนข้างแข็งแรงด้วย
BYD : YOUR WEALTH COMPANION / เพื่อนนักลงทุน
สอบถามเพิ่มเติม >> Beyond Contact Center 02-820-0100
#BeBeyond #หลักทรัพย์บียอนด์ #บลบียอนด์
#BeyondWealth #BeyondEventPlay #FixedIncome #BondMarket #UGISN