Beyond Weekly Insight | เมื่อเงินเฟ้อลด แต่ Bond Yield ยังดื้อ จับตาธีมลงทุนใหม่ในโลกต้นทุนการเงินสูง !
Beyond Wealth | 16 สิงหาคม 2569
สัปดาห์ที่ผ่านมา เงินเฟ้อสหรัฐฯ เริ่มส่งสัญญาณผ่อนคลาย หลัง CPI ลดลงมาอยู่ที่ 3.4% ขณะที่ PPI ชะลอตัวตามคาด ประกอบกับตลาดแรงงานที่เริ่มเย็นลง ทำให้ตลาดประเมินโอกาสที่ Fed จะคงดอกเบี้ยราว 67% และโอกาสขึ้นดอกเบี้ยเหลือประมาณ 33%
อย่างไรก็ตาม Bond Yield สหรัฐฯ ยังทรงตัวสูงบริเวณ 4.6–4.7% บ่งบอกว่าตลาดยังต้องการ Term Premium ที่สูงขึ้นจากความกังวลเรื่องการขาดดุลการคลัง ปริมาณพันธบัตร และความไม่แน่นอนด้านนโยบายในอนาคต ภาพจึงกลายเป็น “เงินเฟ้อลด แต่ต้นทุนเงินยังสูง” ซึ่งจะทำให้คุณภาพกำไร กระแสเงินสด และ Valuation มีความสำคัญมากขึ้น
ในสภาพแวดล้อมดังกล่าว กลุ่ม Bank, Value และ Defensive มีความน่าสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะบริษัทที่กระแสเงินสดแข็งแรง หนี้ต่ำ และไม่พึ่งเงินทุนราคาถูกมากนัก ขณะที่ Energy ยังสามารถใช้เป็น Hedge ต่อความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อและภูมิรัฐศาสตร์ได้
ราคาน้ำมันดีดกลับเข้าใกล้ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง แต่ในระยะถัดไปยังมีโอกาสอ่อนตัวลงสู่ 70-80 ดอลลาร์ หาก Demand โลกชะลอลงและผู้ผลิตยังมี Spare Capacity เพียงพอ ดังนั้นมุมมองต่อ Energy จึงเน้นในฐานะ Tactical Hedge มากกว่าธีมหลักระยะยาว
ผลประกอบการของกลุ่ม AI Infrastructure ทั้ง Semiconductor และ Server ยังเติบโตระดับ 70–100% ขึ้นไป ทำให้ AI ยังคงเป็น Growth Engine สำคัญของตลาด
อีกประเด็นที่ต้องจับตาคือ NVIDIA และสถาบันการเงินขนาดใหญ่ที่สนับสนุนวงเงินกว่า 50,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อช่วยลูกค้าลงทุนระบบ AI ซึ่งเป็นแรงหนุน Demand ระยะสั้น แต่ในระยะยาวความเสี่ยงบางส่วนอาจย้ายไปอยู่ที่ Credit Market หากโครงการ AI ไม่สามารถสร้างผลตอบแทนได้ตามคาด
ฝั่งจีน กลุ่ม Semiconductor เช่น SMIC และ Hua Hong ได้แรงหนุนจากความต้องการในประเทศเพื่อรองรับ Data Center และ AI ขณะที่ Tencent และ JD ยังอยู่ในช่วงเร่งลงทุน AI เพื่อสร้างการเติบโตในระยะถัดไป
Beyond Wealth แนะนำจัดพอร์ตให้มีทั้ง Growth, Diversification และ Hedge เพื่อรับมือกับโลกที่ Bond Yield ยังสูง
Growth – MEGA10AI-A + SCBSEMI(A)
รับโอกาสจากผู้นำ AI และ Semiconductor ซึ่งยังเป็นแกนหลักของการลงทุน AI Infrastructure
Regional Diversification – ES-EG + K-SEMQ
กระจายออกจาก US ปยังยุโรปและ Emerging Markets เพื่อลดการกระจุกตัวและเพิ่มโอกาสจากตลาดที่ Valuation แตกต่างกัน
Core Multi Asset – MGALL-UH
ช่วยกระจายหลายสินทรัพย์และลดการพึ่งพาหุ้น Growth เพียงอย่างเดียว
Fixed Income – KT-BOND
Bond Yield ที่อยู่สูงทำให้ตราสารหนี้กลับมาน่าสนใจทั้งในแง่ Carry และโอกาสจากราคาพันธบัตร หาก Yield ลดลงในอนาคต
Alternative hedge– SCBGOLD
ใช้กระจายความเสี่ยงจากภูมิรัฐศาสตร์ ความไม่แน่นอนด้านการคลัง และความผันผวนของตลาด
Commodity / Energy Hedge – SCBCOMP
ใช้ป้องกันความเสี่ยงจาก Energy Shock และการกลับมาของแรงกดดันเงินเฟ้อ โดยเฉพาะช่วงที่ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังสูง
พอร์ตในช่วงนี้จึงไม่ใช่การเลือกเพียงธีมที่โตที่สุด แต่คือการสร้างพอร์ตที่ ยังโตได้เมื่อ AI ไปต่อ และยังรับมือได้หาก Yield สูงนานกว่าที่ตลาดคาด
#BeyondWealth #BeyondWeeklyInsight #AI #BondYield #GlobalInvestment