🔎 Beyond Insight | เปิดพอร์ต 7 นักลงทุนระดับโลก: เงินใหญ่กำลังบอกอะไรเราใน Q2/2026?
Beyond Wealth | 15 สิงหาคม 2569
ช่วงกลางเดือนสิงหาคมเป็นอีกหนึ่งช่วงที่น่าสนใจของตลาด เพราะผู้จัดการกองทุนรายใหญ่ในสหรัฐฯ ทยอยเปิดเผยพอร์ต ณ สิ้นไตรมาส 2/2026 และรอบนี้มีการเคลื่อนไหวที่น่าสนใจมาก ตั้งแต่ Bill Ackman พลิกพอร์ตครั้งใหญ่, Berkshire เพิ่มน้ำหนัก Google จนขึ้นมาเป็นหนึ่งในหุ้นหลัก ไปจนถึง Michael Burry ที่ยังคงเดิมพันฝั่งตรงข้ามกับกระแส AI
เมื่อมองพอร์ตของนักลงทุนเหล่านี้รวมกัน สิ่งที่น่าสนใจอาจไม่ใช่ว่า “ใครซื้อหุ้นตัวไหน” แต่คือเงินก้อนใหญ่กำลังเลือกลงทุนใน AI และตลาดหุ้นสหรัฐฯ แตกต่างกันอย่างไร
1. Bill Ackman | จาก Concentrated Portfolio สู่หุ้น Quality Growth มากขึ้น
Pershing Square ของ Bill Ackman เปิดเผยการลงทุนใหม่ครั้งใหญ่ใน Visa, Mastercard, S&P Global, Netflix, Alcon และ Intercontinental Exchange พร้อมเพิ่มน้ำหนักในหุ้นอย่าง Microsoft, Meta และ Uber ขณะที่ออกจาก Alphabet และ Hertz ซึ่งถือเป็นการปรับโครงสร้างพอร์ตครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในช่วงหลัง
สิ่งที่เห็นชัดคือ Ackman ไม่ได้ไล่ซื้อหุ้น AI Infrastructure ที่ร้อนแรงที่สุด แต่กำลังเน้นบริษัทที่มี Brand แข็งแรง, Network Effect สูง, กระแสเงินสดดี และมีโอกาสเติบโตในระยะยาว เช่น Visa–Mastercard ในระบบการชำระเงิน หรือ S&P Global และ ICE ที่อยู่บนโครงสร้างพื้นฐานของตลาดการเงิน
จึงอาจมองได้ว่า Ackman กำลังเลือกเล่นธีม “Quality Growth” มากกว่า “Maximum Growth”
2. Michael Burry | จาก Short หุ้น AI รายตัว สู่การ Hedge ตลาด Nasdaq
อีกฝั่งหนึ่งคือ Michael Burry ที่ยังคงมีมุมมองระมัดระวังต่อกระแส AI โดยยังมีสถานะ Short ในหุ้นและสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับ Semiconductor และ AI หลายตัว ทั้ง SOXX, Micron, NVIDIA, Nebius, Oracle และ Palantir ขณะเดียวกันเริ่มเพิ่มน้ำหนักการเดิมพันผ่าน QQQ Put มากขึ้น
จุดที่น่าสนใจคือ Burry เริ่มเปลี่ยนจากการมองว่า “หุ้นบางตัวแพงเกินไป” ไปสู่ความกังวลว่า Valuation และ Positioning ของตลาด Technology โดยรวมอาจตึงตัวมากขึ้น โดยก่อนหน้านี้เขาเคยเตือนถึงความเสี่ยงจากการลงทุน AI Infrastructure ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว รวมถึงความเสี่ยงจาก Leverage และกระแสเงินลงทุนที่กระจุกตัวในหุ้น Momentum
อย่างไรก็ตาม Long Portfolio ของ Burry ยังถือหุ้นหลายกลุ่ม เช่น Adobe, MercadoLibre, Zoetis, PayPal และหุ้น Healthcare สะท้อนว่าเขาไม่ได้มองลบต่อหุ้นทั้งหมด แต่กำลังเลือก Long บริษัทที่มองว่า Valuation ยังมีเหตุผล พร้อม Hedge ความเสี่ยงตลาดไปพร้อมกัน
3. Soros Capital | ยังอยู่กับ Semiconductor แต่กระจายทั้งห่วงโซ่
พอร์ตของ Soros Capital มี Exposure ต่อ Semiconductor และ AI Infrastructure กระจายอยู่หลายจุด ตั้งแต่ Micron, TSMC, AMD, Applied Materials, ASML, ON Semiconductor, NVIDIA ไปจนถึง Nebius
นี่เป็นภาพที่แตกต่างจากการเลือกหุ้น AI เพียง NVIDIA ตัวเดียว เพราะ Exposure กระจายตั้งแต่ผู้ผลิตชิป, Memory, Foundry, Semiconductor Equipment ไปจนถึง AI Cloud
โดยเฉพาะการมีทั้ง Micron, TSMC, AMD และ ASML อยู่ในพอร์ต สะท้อนแนวคิดว่า หาก AI Investment Cycle ยังเดินหน้าต่อ ผู้ได้รับประโยชน์อาจไม่ได้จำกัดอยู่แค่ผู้ผลิต GPU แต่กำลังกระจายออกไปตลอด Supply Chain
4. Lone Pine | เดิมพันแรงกับ “AI Infrastructure รอบสอง”
หนึ่งในพอร์ตที่น่าสนใจที่สุดคือ Lone Pine Capital ของ Stephen Mandel โดย Q2/2026 มีพอร์ตราว 34 ตำแหน่ง และมูลค่าหุ้นที่เปิดเผยประมาณ $16.4 พันล้าน
หุ้นขนาดใหญ่ของพอร์ตมีทั้ง Nebius, ASML, Seagate, Applied Materials, Teradyne, Corning, TeraWulf, Hut 8, TTM Technologies และ Sterling Infrastructure
ภาพรวมจึงไม่ได้เป็นการลงทุนใน AI Software โดยตรง แต่ให้น้ำหนักกับบริษัทที่อยู่เบื้องหลังการสร้าง Compute, Data Center, Storage, Semiconductor Equipment, Power และ Network Infrastructure
นี่อาจเป็นหนึ่งในสัญญาณสำคัญของรอบนี้ว่า AI Trade กำลังขยายจาก “คนทำ AI” ไปสู่ “คนสร้างโรงงานให้ AI”
และ Nebius ก็เป็นตัวอย่างที่น่าสนใจ เพราะล่าสุดบริษัทรายงานรายได้ Q2 เพิ่มขึ้นกว่า 450% YoY พร้อมดีล AI Cloud ขนาดใหญ่หลายสัญญา สะท้อนว่าความต้องการ Compute ยังอยู่ในระดับสูง แม้ Valuation และ Execution Risk จะสูงตามไปด้วย
5. Berkshire Hathaway | Google ขึ้นมาเป็น Core Holding
อีก Movement ที่สะดุดตาคือ Berkshire Hathaway ซึ่งเพิ่ม Alphabet อย่างมีนัยสำคัญในไตรมาส 2 จนถือประมาณ 106 ล้านหุ้น มูลค่าราว $36–38 พันล้าน ทำให้ Alphabet ขึ้นมาอยู่ในกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่ที่สุดของ Berkshire ใกล้เคียงหรือสูงกว่า Coca-Cola ตามราคาหุ้น ณ ช่วงรายงาน
ความน่าสนใจคือ Berkshire ซึ่งในอดีตมักถูกมองว่า Conservative ต่อหุ้น Technology กลับเพิ่ม Exposure ต่อบริษัทที่กำลังใช้เงินลงทุนมหาศาลกับ AI Infrastructure
แต่ Google ก็แตกต่างจาก AI Pure Play เพราะมีธุรกิจ Search, YouTube, Cloud และกระแสเงินสดขนาดใหญ่รองรับอยู่แล้ว
ดังนั้นดีลนี้อาจสะท้อนอีกมุมหนึ่งว่า AI ไม่จำเป็นต้องซื้อหุ้นที่ Growth สูงที่สุดเสมอไป แต่สามารถเล่นผ่านบริษัทที่มี Cash Flow แข็งแรงและมี Optionality จาก AI ได้เช่นกัน
6. Gates Foundation | Infrastructure แบบ “จับต้องได้”
Gates Foundation Trust ยังคงมีลักษณะพอร์ตแตกต่างจาก Hedge Fund อย่างชัดเจน โดยหุ้นหลักกระจุกอยู่ใน Berkshire Hathaway, Caterpillar, Canadian National Railway, Waste Management, Deere และ Ecolab
จุดที่น่าสนใจคือ Caterpillar ซึ่งถืออยู่มากกว่า 6.3 ล้านหุ้น กำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นในฐานะหนึ่งในบริษัทที่อาจได้ประโยชน์จากการลงทุน Data Center และระบบผลิตไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น
7. SoftBank | เดิมพัน AI แบบ Concentrated
SoftBank อยู่ปลายสุดของอีกฝั่ง โดย Intel กลายเป็น Position ขนาดใหญ่มากในพอร์ตหุ้นสหรัฐฯ หลังบริษัทลงทุน $2 พันล้านใน Intel ที่ราคา $23 ต่อหุ้นตั้งแต่ปี 2025 และปัจจุบันรายงานการถือครองประมาณ 86.96 ล้านหุ้น
นอกจาก Intel แล้ว ยังมี Symbotic, Tempus AI, TSMC และบริษัท Technology Growth อีกหลายแห่ง ทำให้ภาพของ SoftBank ยังคงชัดเจนว่าเป็นการลงทุนบน Thesis ระยะยาวเกี่ยวกับ AI, Automation และ Semiconductor
📌 มุมมอง Beyond Wealth
หากนำพอร์ตทั้งหมดมาวางรวมกัน สิ่งที่น่าสนใจคือ นักลงทุนระดับโลกไม่ได้เห็น AI เหมือนกันทั้งหมด
Burry มองเห็นความเสี่ยงจาก Valuation และ Excess Investment ขณะที่ Lone Pine และ SoftBank ยังลงทุนอย่างหนักใน Infrastructure และ Semiconductor ส่วน Berkshire เลือกเข้าผ่านบริษัทคุณภาพสูงอย่าง Alphabet และ Ackman เลือกหุ้น Quality Growth ที่ไม่ได้พึ่ง AI Theme เพียงอย่างเดียว
แต่มี 3 สัญญาณที่เริ่มชัดขึ้น
หนึ่ง — AI Trade กำลังกว้างขึ้น
เงินไม่ได้อยู่แค่ NVIDIA แต่เริ่มไหลไปยัง Memory, Semiconductor Equipment, Data Center, Power, Storage, Networking และ AI Cloud
สอง — Valuation เริ่มมีความสำคัญมากขึ้น
บริษัทที่ได้ประโยชน์จาก AI ไม่ได้แปลว่าจะเป็นการลงทุนที่ดีในทุกระดับราคา การที่นักลงทุนอย่าง Burry กล้า Short หุ้นที่ Fundamental ยังเติบโตสูง เป็นตัวอย่างชัดว่าตลาดกำลังถกเถียงกันเรื่อง “ราคา” มากกว่าเรื่อง “AI จะโตหรือไม่”
สาม — เงินใหญ่เริ่มกระจายการเดิมพัน
จาก Google, Microsoft, Visa, Mastercard ไปจนถึง ASML, Micron, Nebius, Caterpillar และ Seagate สะท้อนว่าผู้นำตลาดในระยะต่อไปอาจกระจายมากกว่าช่วงแรกของ AI Rally
สำหรับนักลงทุน สิ่งสำคัญจึงอาจไม่ใช่การลอกพอร์ตของ Bill Ackman, Michael Burry หรือ Berkshire แต่คือการมองให้ออกว่า แต่ละคนกำลังเดิมพันกับ Scenario แบบไหน
เพราะรอบนี้ทั้งฝั่ง Bull และ Bear อาจคิดถูกพร้อมกันได้ , AI ยังสามารถเติบโตต่อได้ ขณะเดียวกันหุ้นบางตัวก็สามารถแพงเกินไปได้เช่นกัน …. และนั่นอาจเป็นโจทย์สำคัญที่สุดของตลาดในช่วงถัดไป
#BeyondInsight #SmartMoney #Semiconductor #13F