Beyond Insight | สรุปภาพรวมตลาดหุ้นโลกครึ่งปีแรก 2026

01/07/2026



Beyond Wealth | 1 กรกฎาคม 2569

ครึ่งปีแรกของปี 2026 ปิดฉากลงด้วยภาพตลาดที่ “ไม่ได้ขึ้นดีเท่ากันทั้งโลก” แต่เป็นตลาดที่ผู้ชนะทิ้งห่างอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเอเชียเหนือที่นำโดยเกาหลีใต้ ไต้หวัน และญี่ปุ่น ขณะที่ตลาดหุ้นไทยเองก็ทำผลงานโดดเด่นกว่าที่หลายฝ่ายคาดไว้

เดือนมิถุนายนเป็นเดือนที่ตลาดต้องรับข่าวใหญ่หลายด้านพร้อมกัน ทั้งความคืบหน้าของ SpaceX ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่เริ่มผ่อนคลายลง แรงขายในกลุ่ม Semiconductors รวมถึงท่าทีธนาคารกลางที่ยังไม่ผ่อนคลายมากนัก โดย ECB ปรับขึ้นดอกเบี้ย ขณะที่ Fed คงดอกเบี้ย แต่ส่งสัญญาณ Hawkish มากขึ้น หลังมีการเปลี่ยนประธาน Fed

อย่างไรก็ตาม ภาพของเดือนมิถุนายนเริ่มสะท้อนการหมุนเงินในตลาดอย่างชัดเจน โดย Nikkei 225 ปรับขึ้น +5.66% และ Euro Stoxx 50 เพิ่มขึ้น +4.55% เด่นกว่าตลาดหลักหลายแห่ง ตามมาด้วย Russell 2000 +3.66% และ Dow Jones +2.52% ขณะที่ S&P 500 ลดลง -1.07% และ Nasdaq 100 อ่อนตัวเล็กน้อย -0.19% บ่งชี้ว่าเงินเริ่มหมุนออกจากหุ้นเทคบางส่วนไปยังหุ้นกลุ่มอื่น และหุ้นขนาดเล็กเริ่มกลับมาได้รับความสนใจมากขึ้น

หากมองภาพครึ่งปีแรก แชมป์ของตลาดโลกแทบไม่มีข้อโต้แย้ง คือ KOSPI ที่พุ่งขึ้นถึง +101.14% YTD จากแรงหนุนของธีม AI, Memory Cycle และความคาดหวังต่อหุ้นเทคเกาหลี ตามมาด้วย Taiwan Weighted +55.37% ซึ่งยังได้อานิสงส์จาก AI Supply Chain เช่นกัน ขณะที่ Nikkei 225 เพิ่มขึ้น +39.18% ทำให้เอเชียเหนือกลายเป็นภูมิภาคที่โดดเด่นที่สุดของครึ่งปีแรก

ตลาดหุ้นไทยเองถือว่าทำผลงานได้ดีเกินคาด โดย SET เพิ่มขึ้น +26.32% YTD และ MSCI Thailand +28.30% แม้จะยังตามหลังเกาหลี ไต้หวัน และญี่ปุ่น แต่ถือว่าอยู่ในกลุ่มตลาดที่ให้ผลตอบแทนเด่นมากเมื่อเทียบกับตลาดโลก โดยเฉพาะในปีที่ตลาดไม่ได้ปรับขึ้นพร้อมกันทุกภูมิภาค

ฝั่งสหรัฐฯ ยังเป็นบวก แต่ความแรงเริ่มกระจายออกจากหุ้น Mega Cap มากขึ้น โดย Russell 2000 เพิ่มขึ้น +21.92% YTD แซง Nasdaq 100 ที่เพิ่มขึ้น +19.91% ขณะที่ S&P 500 เพิ่มขึ้น +9.54% และ Dow Jones +8.85% สะท้อนว่าภาพรวมตลาดสหรัฐฯ ยังไปต่อได้ แต่เริ่มมีสัญญาณ Rotation จากหุ้นเทคบางส่วนไปยังหุ้นขนาดเล็กและกลุ่มวัฏจักรมากขึ้น

ยุโรปให้ผลตอบแทนเป็นบวกในระดับกลาง โดย Euro Stoxx 50 เพิ่มขึ้น +9.14% และ STOXX 600 +8.26% ขณะที่จีนแผ่นดินใหญ่เริ่มฟื้นตัว โดย CSI 300 เพิ่มขึ้น +7.55% แต่ภาพระหว่างจีนกับฮ่องกงยังต่างกันชัดเจน เพราะ HSI ลดลง -15.21% สะท้อนว่าแรงกดดันด้าน Sentiment ภาคการบริโภค และโครงสร้างตลาดฮ่องกงยังไม่คลี่คลายเต็มที่

ตลาดเกิดใหม่บางแห่งยังให้ภาพผสม เวียดนาม VNI เพิ่มขึ้น +4.23% ถือว่าบวกได้แต่ยังไม่เด่นมากเมื่อเทียบกับตลาดเอเชียเหนือ ส่วนอินเดีย Nifty 50 ลดลง -8.66% และอินโดนีเซีย IDX ลดลงถึง -34.74% กลายเป็นหนึ่งในตลาดที่น่าผิดหวังที่สุดของครึ่งปีแรก

ในฝั่งสินค้าโภคภัณฑ์ น้ำมันยังเป็นสินทรัพย์ที่บวกเด่น โดย WTI เพิ่มขึ้น +21.84% และ Brent +20.62% YTD สะท้อนแรงหนุนจากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์และความกังวลด้านอุปทาน แม้ราคาน้ำมันในเดือนล่าสุดจะปรับฐานแรงก็ตาม ตรงกันข้ามกับทองคำที่ลดลง -8.2% ซึ่งถือว่าผิดจังหวะเมื่อเทียบกับภาพความเสี่ยงที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา

ฝั่งค่าเงิน USD/THB เพิ่มขึ้น +5.58% YTD สะท้อนเงินบาทที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์ ขณะที่ USD/JPY เพิ่มขึ้น +3.79% และ JPY/THB เพิ่มขึ้น +1.72% ภาพรวมจึงยังเป็นปีที่ค่าเงินเอเชียเคลื่อนไหวผันผวนตามทิศทางดอกเบี้ย ส่วนต่างผลตอบแทนพันธบัตร และกระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย

หากเจาะระดับ Sector ในสหรัฐฯ ภาพที่ชัดคือครึ่งปีแรกไม่ได้มีแค่ Technology เป็นผู้นำ แม้ Technology ยังบวกแรง +19.43% YTD แต่กลุ่ม Industrial บวก +19.49% และ Energy +17.98% สะท้อนว่าตลาดเริ่มให้ราคากับธีมวัฏจักรและเศรษฐกิจจริงมากขึ้น ขณะที่ Materials +11.09% และ Real Estate +9.68% ก็ทำผลงานได้ดีพอสมควร

ในทางกลับกัน กลุ่ม Consumer Discretionary ลดลง -1.11% และ Financial ลดลง -2.06% สะท้อนแรงกดดันจากต้นทุนการเงิน กำลังซื้อ และความไม่แน่นอนด้านดอกเบี้ย ส่วน Defensive อย่าง Healthcare +2.56%, Consumer Staples +6.72% และ Utilities +6.19% ยังทำหน้าที่พยุงพอร์ตได้ แต่ไม่ได้เป็นกลุ่มนำตลาด
 

📌 มุมมอง Beyond Wealth

ภาพครึ่งปีแรกของ 2026 สะท้อนว่า ตลาดไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยปัจจัยเดียวอีกต่อไป แต่เป็นตลาดที่เงินเลือกไหลเข้าหาธีมที่มี Earnings Momentum ชัดเจน โดยเฉพาะ AI Supply Chain, เอเชียเหนือ, หุ้นอุตสาหกรรม และพลังงาน ขณะเดียวกัน เริ่มเห็นสัญญาณ Rotation จากหุ้นเทคบางส่วนไปยังหุ้นขนาดเล็กและกลุ่มวัฏจักรมากขึ้น

สำหรับครึ่งปีหลัง Beyond Wealth มองว่าหุ้นเทคขนาดใหญ่ยังมีโอกาสค่อยๆ กลับมาได้ หลังแรงขายระยะสั้นเริ่มสะท้อนความกังวลไปบางส่วนแล้ว โดยธีม AI ยังเป็นโครงสร้างการเติบโตระยะยาวที่สำคัญ จึงยังให้น้ำหนักกับกองทุนที่เกาะธีมหุ้นเทคขนาดใหญ่และ AI เช่น MEGA10AI

ในฝั่งภูมิภาค เรายังมองบวกต่อเกาหลีใต้ แม้ KOSPI จะปรับขึ้นแรงมากในครึ่งปีแรก แต่แรงหนุนจาก Memory Cycle, AI Semiconductor และการ Re-rating ของตลาดยังมีโอกาสไปต่อ จึงยังมอง SCBKEQTG เป็นหนึ่งในตัวเลือกสำหรับนักลงทุนที่รับความผันผวนได้

ขณะเดียวกัน ยุโรปเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวที่น่าสนใจมากขึ้น ทั้งจาก Valuation ที่ยังไม่ตึงเท่าสหรัฐฯ และโอกาสที่เงินลงทุนจะหมุนเข้าสู่ตลาดที่ยัง Laggard จึงสามารถพิจารณากองทุนยุโรป เช่น ES-EG เพื่อเพิ่มการกระจายพอร์ตนอกเหนือจากสหรัฐฯ และเอเชีย

อย่างไรก็ตาม หลังจากครึ่งปีแรกที่ผลตอบแทนกระจุกตัวสูงในบางตลาด การกระจายความเสี่ยงยังเป็นเรื่องสำคัญ โดยทองคำและตราสารหนี้ยังมีบทบาทในการช่วยลดความผันผวนของพอร์ต โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดอาจเจอแรงทำกำไรหรือความไม่แน่นอนด้านดอกเบี้ย นักลงทุนสามารถใช้ SCBGOLD และ UGIS เป็นส่วนหนึ่งของพอร์ตเพื่อสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตและการป้องกันความเสี่ยง

โดยสรุป กลยุทธ์ครึ่งปีหลังไม่ใช่การไล่ซื้อทุกสินทรัพย์ที่ขึ้นมาแล้ว แต่คือการจัดพอร์ตให้มีทั้ง Growth Theme ที่ยังไปต่อได้ เช่น AI และเกาหลีใต้, ตลาดที่มีโอกาสฟื้นตัว อย่างยุโรป และ สินทรัพย์กระจายความเสี่ยง อย่างทองคำและตราสารหนี้ เพื่อให้พอร์ตยังมีโอกาสเติบโต แต่ไม่เสี่ยงกระจุกตัวเกินไป

#BeyondWealth #BeyondInsight #MarketRecap #AssetAllocation

ข่าวอัพเดทล่าสุด

Beyond Insight | สรุปภาพรวมตลาดหุ้นโลกครึ่งปีแรก 2026


Beyond Insight | เปิดสถิติเดือนกรกฎาคม หุ้นมักให้ผลตอบแทนอย่างไร?


Beyond Insight: เวียดนามยังไงต่อ ลงทุนได้ไหม หลังพลาด MSCI


Beyond Insight | มุมมองครึ่งปีหลัง 2026 ตลาดไปต่อหรือพอแค่นี้?



Copyright © 2020 Beyond Securities Public Company Limited. All rights reserved. | นโยบายความเป็นส่วนตัวและนโยบายการใช้คุกกี้