สรุปแล้ว Kevin Warsh เป็นสายพิราบหรือเหยี่ยวกันแน่ ?

31/01/2026



เหยี่ยว-พิราบ คืออะไร

ในวงการนโยบายการเงิน การเป็น "เหยี่ยว" หมายถึง การมีเป้าหมายควบคุมเงินเฟ้อเป็นอันดับแรก ยอมใช้นโยบายการเงินตึงตัว (ดอกเบี้ยสูง, ไม่เพิ่มสภาพคล่อง, ลดเงินเฟ้อ) แม้เศรษฐกิจจะเติบโตช้าลง

ขณะที่ “พิราบ” คือ มีเป้าหมายที่การเติบโตของเศรษฐกิจ การจ้างงาน และเสถียรภาพของระบบการเงิน เน้นนโยบายเชิงผ่อนคลาย (ดอกเบี้ยต่ำ, เพิ่มสภาพคล่อง, เร่งเติบโต) เมื่อเศรษฐกิจเริ่มสะดุด

 

ตลาดคิดอย่างไรกับ Kevin Warsh

ในช่วง 1–2 วันที่ผ่านมา ชื่อของ Kevin Warsh ถูกหยิบยกขึ้นมาอย่างจริงจังในฐานะแคนดิเดตประธานธนาคารกลางสหรัฐคนถัดไป และตลาดการเงินก็ตอบสนองอย่างรวดเร็วราวกับได้ข้อสรุปไปแล้วว่าเขาเป็น “เหยี่ยว” เต็มตัว

ภาพที่เห็นคือสินทรัพย์เสี่ยงปรับตัวลงพร้อมกัน ทั้งหุ้น คริปโทเคอร์เรนซี ทองคำ และเงิน ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าและเส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรชันขึ้น สะท้อนการตีความว่านโยบายการเงินในอนาคตอาจตึงตัวกว่าที่ตลาดเคยคาดไว้

 

Warsh ยังคงเป็นคนแบบเดิมจริงหรือ?

อย่างไรก็ตาม หากมองให้ลึกลงไป ความผันผวนระยะสั้นอาจสะท้อนการตีความที่ง่ายเกินไปมากกว่าสาระของแนวคิดเชิงนโยบายจริง ๆ ของ Warsh ภาพจำในอดีตจากบทบาทผู้ว่าการเฟดที่มีท่าทีเข้มงวด กำลังกลบมุมมองที่เปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญในช่วงหลัง โดยเฉพาะต่อบทบาทของผลิตภาพ เทคโนโลยี และโครงสร้างเศรษฐกิจยุคใหม่

แก่นสำคัญของแนวคิด Warsh ระยะหลังอยู่ที่สิ่งที่เขาเรียกว่า “Productivity Boom” เขามองว่าสหรัฐกำลังเข้าสู่ช่วงเร่งตัวของผลิตภาพจากเทคโนโลยี โดยเฉพาะ AI และระบบอัตโนมัติ หากการเติบโตของผลิตภาพเกิดขึ้นจริง เศรษฐกิจสามารถขยายตัวได้โดยไม่สร้างแรงกดดันเงินเฟ้อในระดับเดิม

เปิดพื้นที่ให้เฟดสามารถผ่อนคลายนโยบายดอกเบี้ยได้มากกว่าที่ตลาดเคยเชื่อ โดยไม่ต้องแลกกับเสถียรภาพด้านราคา มุมมองนี้มีลักษณะใกล้ “พิราบ” มากกว่าที่หลายคนคาด และแตกต่างจากเหยี่ยวแบบดั้งเดิมที่มองเงินเฟ้อเป็นศัตรูเพียงมิติเดียว

ในขณะเดียวกัน Warsh ไม่ได้เป็นพิราบในความหมายของนโยบายผ่อนคลายทุกด้าน เขาให้ความสำคัญกับวินัยเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะการปรับลดขนาดงบดุลของเฟดเพื่อดึงสภาพคล่องส่วนเกินออกจากระบบการเงิน พร้อมกับคงอัตราดอกเบี้ยให้อยู่ในระดับที่ไม่บีบการลงทุนและนวัตกรรม

แนวคิดนี้คือการผสมผสานระหว่าง “ดอกเบี้ยยืดหยุ่น” กับ “นโยบายที่มีวินัย” มากกว่าการเลือกข้างเหยี่ยวหรือพิราบแบบสุดโต่ง หากย้อนดูประวัติในช่วงเริ่มต้นของโควิด Warsh เป็นหนึ่งในผู้ที่เรียกร้องให้เฟดตอบสนองเชิงรุกเร็วกว่ากระแสหลักในเวลานั้น

เหตุการณ์นี้สะท้อนลักษณะสำคัญของเขา คือการให้ความสำคัญกับข้อมูลและบริบท มากกว่าอุดมการณ์เชิงทฤษฎีตายตัว เมื่อสัญญาณเตือนดังขึ้น เขาพร้อมเปลี่ยนจังหวะนโยบายอย่างเด็ดขาด ไม่ยึดติดกับป้าย “เหยี่ยว” หรือ “พิราบ”

การที่ Donald Trump ส่งสัญญาณสนับสนุน Warsh ทำให้หลายฝ่ายตั้งคำถามว่า ประธานเฟดที่ได้รับแรงหนุนจากทรัมป์จะเป็นเหยี่ยวเต็มตัวจริงหรือไม่

ในทางการเมือง ทรัมป์มีแนวโน้มไม่ชอบนโยบายดอกเบี้ยสูงที่กดดันการเติบโตและตลาดทุน ดังนั้น หาก Warsh ก้าวขึ้นมานั่งเก้าอี้ประธานเฟด ภาพของเหยี่ยวที่พร้อมคุมเข้มทุกสถานการณ์อาจไม่สอดคล้องกับบริบททางการเมืองเท่าไรนัก

 

บทสรุป: Warsh จะทำอะไรกับเศรษฐกิจโลก?

เมื่อมองภาพรวม การเรียก Kevin Warsh ว่าเป็น “เหยี่ยว” อาจเป็น Narrative ที่สะดวกต่อการสื่อสารและการไต่สวนยืนยันตำแหน่ง แต่ในทางปฏิบัติ ภาพที่ชัดเจนกว่าคือผู้กำหนดนโยบายที่ยึดข้อมูลเป็นหลัก มองบทบาทของผลิตภาพอย่างจริงจัง และพร้อมปรับท่าทีตามภาวะเศรษฐกิจ มากกว่ายึดติดกับอุดมการณ์ใดอุดมการณ์หนึ่ง

สุดท้ายนี้ Warsh อาจไม่ใช่ทั้งเหยี่ยวหรือพิราบในความหมายดั้งเดิม แต่เป็นผู้นำนโยบายการเงินแบบ data-dependent ใกล้เคียงกับแนวทางของ Jerome Powell เพียงแต่อาจเปิดรับแรงกดดันและสัญญาณจากฝ่ายการเมืองมากขึ้นในทางปฏิบัติ

ในโลกที่ขับเคลื่อนด้วย AI และ Productivity-led growth กรอบพิราบ–เหยี่ยวอาจไม่ใช่คำอธิบายที่เพียงพออีกต่อไป และตลาดเองก็กำลังอยู่ในช่วงปรับกรอบคิดใหม่นี้เช่นกัน

#BeyondWealth #KevinWarsh #Hawkish #Dovish #Trump

ข่าวอัพเดทล่าสุด

จับจังหวะเข้าลงทุนในตราสารหนี้ไทยยังไงให้ปัง...


เมื่อสหรัฐฯ ลงมาเข้าครอบครอง Copper ต้นน้ำด้วยตัวเอง โลกและทองแดงจะเป็นอย่างไรต่อ? 


5 หลุมหลบภัย รับมือตลาดเหวี่ยง


สรุปแล้ว Kevin Warsh เป็นสายพิราบหรือเหยี่ยวกันแน่ ?



Copyright © 2020 Beyond Securities Public Company Limited. All rights reserved. | นโยบายความเป็นส่วนตัวและนโยบายการใช้คุกกี้